การพูดโน้มน้าวใจ และตัวอย่างการพูดโน้มน้าวใจ

[Total: 95   Average: 2.5/5]

ผู้ที่เป็นผู้นำหรือผู้ที่กำลังจะเป็นผู้นำนั้น  ย่อมมีคุณสมบัติ ความรู้ และวุฒิภาวะอย่างเหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับ  ซึ่งการพูดโน้มน้าวใจก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่ง  ที่คนเป็นผู้นำควรจะรับรู้และศึกษาเอาไว้ เพราะเมื่อเราอยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก  ย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน


Advertisements



การพูดโน้มน้าวใจจะช่วยให้คุณได้สื่อสารและควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เรามาดูวิธีการพูดโน้มน้าวใจและตัวอย่างการพูดโน้มน้าวใจที่ถูกต้องและได้ผลกันดีกว่าค่ะ

การพูดโน้มน้าวใจนั้น  เป็นศาสตร์และศิลป์ทางจิตวิทยา ที่สามารถเปลี่ยนความเชื่อและทัศนคติของผู้ฟัง  ให้เกิดการคล้อยตาม คิดตาม และปฏิบัติตามในที่สุด  อาจจะมากจนถึงขึ้นฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกเลยก็ได้ เช่น การพูดโน้มน้าวใจให้พนักงานรักษาความสะอาดของสถานที่ทำงานให้ด๊ที่สุด  การพูดโน้มน้าวใจให้เด็กนักเรียนติดนิสัยการทิ้งขยะลงถัง เป็นต้น  ซึ่งจิตสำนึกเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดี และได้รับปารปลูกฝังมาเป็นอย่างดีจากผู้บังคับบัญชา หรือผู้อบรมสั่งสอนนั่นเอง
การพูดโน้มน้าวใจ

เทคนิคการพูดโน้มน้าวใจอย่างได้ผล

 

พูดให้ผู้ฟังเห็นภาพและมีเหตุผลที่หนักแน่น

การที่คนเราจะเชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้น  จะต้องมีความสมเหตุสมผล  เมื่อผู้ฟังได้ชั่งใจและติดสินใจแล้ว  ก็จะเกิดเป็นคววามเชื่อขึ้นมา ดังนั้นผู้ที่เป็นฝ่ายพูดโน้มน้าวจิตใจนั้น  ต้องหาเหตุผลมาประกอบให้หนักแน่นที่สุด  เพื่อจะให้เกิดการคล้อยตามและความเชื่อขึ้นมาในคนหมู่มากได้

 

 

มีการกำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดอย่างชัดเจน

ผู้พูดจะต้องมีจุดมุ่งหมายของตัวเองอย่างชัดเจน  ว่าเมื่อคุณพูดไปแล้ว  จะเกิดผลหรือเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อผู้ฟังบ้าง  เพื่อให้บรรลุผลตามที่ผู้พูดต้องการ  ไม่ควรพูดแบบน้ำท่วมทุ่ง จับใจความไม่ได้  เพราะเมื่อจุดมุ่งหมายออกทะเลไปไกล  จะทำให้ผู้ฟังเกิดความเบื่อขึ้นมาได้  ดังนั้นควรพูดอย่างมีเนื้อหาสาระที่เป็นจุดประสงค์ของเรา

 

 

กระตุ้นให้เกิดอารมณ์และความคิดเห็นที่คล้อยตามกันไป

การที่คนหมู่มากมีความคิด  เหตุผลในการตัดสินใจ  และมีอารมณ์ร่วมกัน  ก็จะทำให้เกิดพฤติกรรมในทางปฏิบัติร่วมกัน  เมื่อความคิดของคนหมู่มากได้เกิดขึ้นมาแล้ว  จะส่งผลให้คนกลุ่มที่ยังลังเล  หรือมีความเพิกเฉย  ได้คล้อยตามไปกับหมู่คณะ  ซึ่งการกระตุ้นเพื่อทำให้เกิดอารมณ์ร่วมกันนี้  อาจใช้ปัจจัยหลายอย่าง และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น การที่เราจะให้เด็กนักเรียนรักษาความสะอาดของโรงเรียน  ก็ต้องแบ่งกลุ่มให้เด็กทำความสะอาดตามจุดต่างๆ และมีของรางวัลสำหรับกลุ่มที่รักษาความสะอาดได้ดีที่สุด และของรางวัลก็จะต้องมีการแบ่งเฉลี่ยให้ได้รับเท่ากันทุกคน เด็กๆ ก็จะเกิดนิสัยรักษาความสะอาดฝังลึกเข้าไปในจิตใต้สำนึก และยังกระตุ้นให้เพื่อนรอบข้างได้ปฏิบัติตามอีกด้วยนะ

 

 

ผู้พูดต้องจัดลำดับเนื้อหาในการพูดให้ดี

ในการพูดโน้มน้าวใจนั้น  จะต้องมีประโยคที่เกิด Action หรือดึงดูดความสนใจจากผู้ฟังได้  และประโยคเหล่านั้นก็จะต้องสอดคล้องกับเนื้อหาที่เราจะพูดด้วย  ตัวอย่างเช่น “ท่านผู้มีเกียรติครับ  หนทางไกลหมื่นลี้ ย่อมต้องเริ่มที่ก้าวแรกเสมอ  แล้ววันนี้ถ้าเราจะคิดเริ่มต้นสิ่งใด  คุณยังจะลังเลอีกหรือ ? ในเมื่อโอกาสมันได้มาอยู่ตรงหน้าคุณแล้วตรงนี้ ” นี่คือการเกริ่นให้เกิดความสนใจขึ้นมาได้  และต่อไปก็คือเนื้อหาสาระที่ต้องการจะพูดสื่อสารออกไป  ควรจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้ฟัง เพราะจะทำให้เกิดการมโนภาพขึ้นมาได้ง่ายขึ้น  และเมื่อเรื่องเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของคนหมู่มาก  ย่อมเกิดการคิดตามและความเชื่อมั่นในระดับหมู่ขึ้นมาอย่างแน่นอน  หากพูดเนื้อหาตามจุดประสงค์ของเราแล้ว  ตอนบทสรุปถ้าเป็นไปได้ให้ทิ้งประโยคหรือข้อคิดคำคม  ที่ผู้ฟังสามารถนำกลับไปคิดต่อได้ จะเป็นผลดีมากๆ เลยค่ะ

 

 

บุคลิกและความคล่องแคล่วในการพูด

ผู้พูดโน้มน้าวใจจะต้องมีความรู้ในเรื่องที่จะพูดอย่างลึกซึ้ง  เพื่อสามารถตอบปัญหาคาใจให้กับผู้ฟังได้อย่างคล่องแคล่ว  ดูแล้วมีความเป็นมืออาชีพ  สามารถเชื่อถือได้ เท่านี้ก็จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ฟังของเราได้แล้วหล่ะค่ะ

 

 

อย่าพูดถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม

ในกรณีนี้  เราไม่ได้หมายถึงการโกหกหลอกลวงผู้ฟังนะค่ะ  แต่เป็นการหลีกเลี่ยงคำพูดหรือเนื้อหาที่จะทำให้ผู้ฟังเกิดความคิดในเชิงลบ  เพราะคุณจะไม่สามารถโน้มน้าวจิตใจผู้ฟังได้เลย  ควรพูดสิ่งที่ดีให้มาก  เพื่อสร้างความคิดในมุมบวกให้เกิดขึ้นกับผู้ฟังนั่นเอง

 

 

พูดถึงผลประโยชน์ที่ผู้ฟังจะได้รับ

เป็นธรรมดาที่คนเรามักจะรักในผลประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับ  ดังนั้นการพูดอย่างหนักแน่น มีเหตุมีผลแล้ว  หากผลที่ผู้รับจะได้นั้นมีความเป็นรูปธรรม หรือสิ่งของที่จับต้องได้ด้วยแล้ว  จะทำให้เกิดการโน้มน้าวใจได้ง่าย  และอาจเกิดการบอกต่อได้อีกด้วย  เช่น “หากคุณผู้ฟังซื้อเครื่องปริ้นเตอร์ยี่ห้อนี้  คุณจะได้รับของแถมเป็นกระดาษ 1 กล่อง และเติมหมึกให้ฟรี 1 ชุด เท่ากับว่าเมื่อคุณรับปริ้นงานจนหมึกและกระดาษหมด  รายได้จะมากกว่าราคาซื้อเครื่องปริ้นเสียอีก  เท่ากับว่าคุณได้เครื่องปริ้นไปฟรีๆ ” เป็นต้น  ซึ่งในกรณีนี้  ผู้พูดจะเป็นผู้ขายหมึกและกระดาษให้กับเจ้าของเครื่องปริ้น  เป็นการวางตลาดระยะยาวนั่นเอง

 

 

สร้างบรรยากาศในการพูดให้ผ่อนคลายบ้าง

การที่เราจะพูดแต่เนื้อๆ เน้นๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป  จะทำให้ผู้ฟังเกิดอาการเบื่อ  ความสนใจจะลดลง  สุดท้ายทั้งผู้พูดและผู้ฟังจะไม่ได้อะไรเลย เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์  ดังนั้นระหว่างที่พูดก็ควรจะแทรกอารมณ์ขันเข้าไปกับเนื้อหาที่พูดด้วย  ผู้ฟังจะได้หัวเราะ ผ่อนคลาย และเกิดความเป็นกันเองมากขึ้น  ไม่ต้องอยู่ภายใต้ภาวะกดดัน เหมือนโดนบังคับให้มาฟัง

ทั้งหมดทั้งมวลนี้  คือวิธีการพูดโน้มน้าวใจคน  เพื่อให้ผู้ที่สนใจหรือต้องการศึกษาเรียนรู้  ได้ลองนำไปปฏิบัติ และปรับปรุงการพูดโน้มน้าวใจของคุณให้ดีขึ้น  จะได้เป็นบุคลากรที่สามารถดึงดูดลูกค้าเข้ามาสู่องค์กรได้มากๆ ยังไงหล่ะ  สำหรับบทความเกี่ยวกับการพูดโน้มน้าวใจคน

Loading...
และตัวอย่างการพูดโน้มน้าวใจคนก็มีประมาณนี้  ขอให้คุณผู้อ่านได้รับประโยชน์กันมากที่สุดนะค่ะ


Advertisements




Loading...