การเขียนบรรณานุกรม และตัวอย่างบรรณานุกรม

[Total: 19   Average: 2.7/5]

ในการทำรายงาน หรือเขียนหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมานั้น หากเราได้ไปอ้างอิงข้อมูล หรือศึกษาข้อมูลจากแหล่งไหนก็ตามแต่ เราควรที่จะต้องนำมาเขียนใส่ไว้ในบรรณานุกรมด้วย  ซึ่งบรรณานุกรมนั้นจะอยู่หน้าท้ายๆ ของหนังสือเกือบทุกเล่มค่ะ


Advertisements


หากคุณผู้อ่านอยากจะทราบวิธีการเขียนบรรณานุกรมกันแล้วหล่ะก็  คุณมาที่นี่ถูกต้องแล้วค่ะ  เพราะเราได้แนะนำการเขียนบรรณานุกรม  และยังมีตัวอย่างบรรณานุกรมไว้ให้คุณได้ดูเป็นแนวทางกันอีกด้วย  เรามาดูหลักการเขียนบรรณานุกรมกันเลย

การเขียนบรรณานุกรมนั้นจะระบุว่าข้อเท็จจริงที่ได้นำเอามาเขียนนี้  มีข้อมูลที่จากที่ใด  ใครเป็นผู้ให้ความรู้  อ้างอิงมาจากหนังสือเล่มใด  สื่อแบบไหน  รายการอะไร  เป็ฯต้น  ซึ่งบรรณานุกรมจะช่วยให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นนั่นเอง  เรามาดูหลักการของการเขียนบรรณานุกรมที่ถูกต้องกันดีกว่าคะ

การเขียนบรรณานุกรม

Loading...

หลักการเขียนบรรณานุกรม มีดังนี้

 

1.  ตรงกลางของหน้ากระดาษ  ให้เขียนคำว่า ” บรรณานุกรม ” เอาไว้ให้เห็นเด่นชัด  ถ้าหากว่ารายงานที่คุณทำนั้น  เป็นภาษาอังกฤษก็อย่าได้กังวลใจ  ให้เขียนคำว่า ” BIBLIOGRAPHY ” ( กรณีเป็นภาษาอังกฤษ ให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดนะคะ )

 

 

2.  การเขียนบรรณานุกรมนั้น เริ่มต้นให้เขียนตัวอักษรห่างจากขอบกระดาษ 1½ นิ้ว  หากว่าคุณพิมพ์ใน Microsoft Word ขอบกระดาษจะเว้นไว้ให้อยู่แล้ว  ส่วนการเขียนด้วยมือก็ให้เว้นเหมือนที่กล่าวเอาไว้นั่นแหล่ะค่ะ

 

 

3.  หากว่าคุณเขียนข้อไหนไม่จบในบรรทัดเดียว  บรรทัดต่อไปด้านล่างจะต้องเคาะให้ห่างจากขอบกระดาษมา 7 ช่วงตัวอักษรนะค่ะ ( ตรงนี้เพื่อนๆ อาจจะงงนิดนึง  แต่ถ้าดูจากตัวอย่างแล้วจะเข้าใจได้ง่ายๆ เลยหล่ะค่ะ )

 

 

4.  เมื่อรวบรวมแหล่งข้อมูลที่เราจะเอามาเขียนบรรณานุกรมเรียบร้อยแล้ว  ก็ให้เอามาเรียงลำดับตามตัวอักษร  โดยมีหลักการดังนี้

* ให้เรียงตามพยัญชนะ หรือสระที่ปรากฏอยู่  ไม่ใช่ตามเสียงที่อ่านนะค่ะ  เพราะบางคำมันจะเหมือนกัน  ยกตัวอย่างเช่นคำว่า  “หย่า” กับ “อย่า” ซึ่งสองคำนี้เป็นคำพ้องเสียง  การเรียงลำดับเราต้องเอาคำว่า “หย่า” ขึ้นก่อน เพราะว้่คำๆ นี้ขึ้นต้นด้วยตัว “ห”  ส่วนคำว่า “อย่า” ขึ้นต้นด้วยตัว “อ” เอาจะเอาไว้ทีหลัง  ไม่ได้เอามาไว้ด้วยกันนะคะ

* หากว่าตัวอักษรขึ้นต้นเหมือนกัน  ให้พิจารณาจากสระที่อยู่ในคำๆ นั้น  ยกตัวอย่างเช่นคำว่า “พรรณ” จะอยู่ก่อนหน้าคำว่า “พัน” นั่นเอง

* พยัญชนะตัวไหน  ที่มีสระติดตัว  ให้เพื่อนๆ เอาสระที่ที่มาก่อนไว้ก่อน  เรียงตามนั้นเลยนะค่ะ  เช่นคำว่า “นะ” จะมาก่อน “นา”  เพราะสระ “ะ”  มาก่อนสระ “า” นั่นเองค่ะ  ตามหลักที่เราเคยท่องว่า ”  ะ  , า   ,ิ     ี,   ุ ,   ู ” นั่นเองคะ

* หากว่าแหล่งอ้างอิงของเรานั้นเป็นตัวหนังสือ  ให้เพื่อนๆ เรียงตามพยัญชนะของตัวสะกด  ที่เราเปล่งเสียงอ่านออกมานะค่ะ  ตัวอย่างเช่น “สอง”  จะมาก่อน “ห้า” เพราะตัว  ส  จะมาก่อน ห นั่นเองค่ะ

 

 
5.  หลักในการเขียนชื่อผู้แต่ง หรือผู้ที่ให้ความรู้ ข้อมูลแก่เรา  มีดังนี้ค่ะ

* มีคำนำหน้าชื่อ  เช่น นาย  นาง  นางสาว  อาจารย์  ดร.  นพ.  เป็นต้น

* ยศ หรือ ตำแหน่งที่เค้าเป็นอยู่

* อาชีพ เช่น อาจารย์สอนการออกแบบเฉพาะด้าน , นักเคมีบำบัด  เป็นต้น

* หากผู้แต่ง หรือให้ข้อมูลกับเราเป็นคนต่างประเทศ  ส่วนใหญ่เค้าจะใช้นามสกุลขึ้นก่อนชื่อ

* หากผู้แต่งหนังสือที่เราใช้อ้างอิงเค้าใช้นามแฝง  ให้ใส่นามแฝงไปเลย ไม่ต้องระบุว่าชื่อนี้เป็นนามแฝงของเค้านะคะ

 

 

6. หนังสือบางเล่ม  อาจจะมีผู้แต่งมากกว่า 1 คน  วิธีการระบุชื่อผู้แต่าง  ให้เขียนดังนี้นะค่ะ ตัวอย่างเช่น  หากผู้แต่งมี 2 คน ให้ใช้คำว่า “และ” เชื่อมกลางค่ะ  (นาย A และนาย B) หากหนังสือเล่มไหนที่มีผู้แต่งตัองแต่ 3 คนขึ้นไป  ให้ใช้เครื่องหมาย , เป็นตัวคั่น  แล้วคนรองสุดท้าย  จะใช้คำว่า “และ” กับคนสุดท้าย (นาย A , นาย B , นาย C และนาย E )

 

 ตัวอย่างบรรณานุกรม

การเขียนบรรณานุกรม , ตัวอย่างบรรณานุกรม

 

ก่อนหน้านี้เราอาจจะคิดว่าการเขียนบรรณานุกรมนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก วุ่นวาย  แต่เมื่อเราลองมาทำจริงๆ และบ่อยมากขึ้นแล้ว  เราจะมีความเข้าใจ  และเขียนบรรณานุกรมออกมาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว  เพียงแค่จับจุด  และจำหลักการให้ได้ก็เพียงพอแล้วค่ะ คุณผู้อ่านคงจะทราบหลักการเขียนบรรณานุกรมกันแล้วนะค่ะ  เราหวังว่าบทความนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านนะค่ะ


Advertisements




Loading...