10 วิธีแก้ปากเหม็น รักษากลิ่นปากของคุณ ให้สดชื่นอย่างมั่นใจ

[Total: 15    Average: 3.6/5]

ปากเหม็นทำไงดี? นี่คืออีกหนึ่งคำถามที่หลายคนอยากทราบคำตอบ นั่นแสดงให้เห็นว่ามีคนเป็นจำนวนมากมีปัญหาเรื่องกลิ่นปากและกำลังหาทางแก้ไขกันอยู่ คุณเคยบ้างไหมเวลาเข้าไปอยู่ในแหล่งชุมนุมชนที่มีคนเยอะๆ จนต้องเดินเบียดกัน หรือบางทีมีคนมาคุยด้วยกับคุณใกล้ๆ แล้วมีกลิ่นปากขึ้นมา จนบางครั้งต้องกลั้นหายใจหรือเบือนหน้าหนีไปเลย ลองคิดย้อนดูว่าถ้าเราปากเหม็นแล้วไปคุยกับคนอื่น เขาจะรู้สึกอย่างไร ยิ่งถ้าหน้าที่การงานของคุณต้องใช้การพูดหรือพบประผู้คนด้วยแล้ว ควรเอาใจใส่เรื่องกลิ่นปากให้มากด้วยนะคะ


Advertisements


อีกสถานการณ์ที่นึกภาพได้ชัดคือตอนที่หนุ่มจะพาสาวไปเดท หรือสาวจะไปเดทกับหนุ่มๆ ซึ่งคุณก็จะต้องได้อยู่ใกล้ชิดกันอยู่แล้ว แน่นอนว่าจะต้องพูดคุยกระหนุงกระหนิงกัน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดปากเหม็นขึ้นมาหล่ะ มันจะดูไม่โอเคเอามากๆ เสน่ห์ของคุณจะลดลงไปเยอะเลยหล่ะ ฉะนั้นเตรียมตัวให้พร้อมทุกด้านให้มากที่สุด เรื่องที่คุณอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กอย่างกลิ่นปากก็อย่ามองข้ามมันไปได้ และอีกหลายๆ สถานการณ์ในชีวิตที่เราต้องพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับคนอื่น อาจทำให้คุณเสียความมั่นใจถ้ามีกลิ่นปาก ฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่า ว่าจะจัดการกับปัญหาปากเหม็นนี้ได้อย่างไรบ้าง

วิธีแก้ปากเหม็น

Loading...

ปากเหม็นทําไงดี?

 

แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร

แน่นอนว่าเวลาที่เรารับประทานอาหารเสร็จแล้วนั้น ย่อมมีเศษอาหารตกค้างอยู่ในภายในช่องปาก ซอกฟัน หรือลิ้น ซึ่งเมื่อเศษอาหารเหล่านี้ถูกสลายด้วยแบคทีเรียในช่องปาก หรือเศษอาหารเกิดบูดเน่าขึ้นมา ก็จะทำให้เกิดกลิ่นปากตามมา ฉะนั้นควรแปรงฟันให้สะอาดทุกครั้งหลังจากทานอาหารเสร็จ แต่ถ้าคุณเพิ่งทานอาหาร เครื่องดื่ม หรือผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรดมา อย่าเพิ่งแปรงทันทีนะ ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าไปก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยแปรงฟันตามปกติ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการสึกกร่อนของฟัน เพราะตอนที่เราทานอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดนั้น เคลือบฟันจะอ่อนตัว หากแปรงฟันทันทีอาจเป็นการทำร้ายฟันได้นั่นเอง

อีกอย่างตอนที่แปรงฟันก็อย่าลืมแปรงทำความสะอาดลิ้นด้วยนะคะ เพราะลิ้นของเราจะมีเศษอาหารตกค้างเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นเวลาแปรงฟันก็แปรงลิ้นของเราลึกไปจนถึงโคนลิ้นเลยนะ จะช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้เยอะเลยหล่ะ หรือจะหาซื้อที่ขูดลิ้นมาใช้ด้วยก็ดีเหมือนกัน

 

 

เลิกสูบบุหรี่

ใครๆ ก็รู้ดีว่าบุหรี่มันไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้เสียบุคลิก และแน่นอนว่าถ้าใครที่สูบบุหรี่ย่อมมีกลิ่นปากที่เหม็น เหม็นไปถึงลมหายใจเลยหล่ะ และยิ่งถ้ากลิ่นบุหรี่ไปผสมกับกลิ่นของสิ่งตกค้างในปากด้วยแล้ว กลิ่นจะเหม็นมาก ถ้าเราไปพูดใกล้คนที่เขาไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ด้วยแล้ว กลิ่นปากของเราจะเป็นที่น่าขยะแขยงสุดๆ บุหรี่เป็นอันตรายต่อช่องปาก ฟัน และสุขภาพโดยรวมของเรา ฉะนั้นเลิกสูบบุหรี่เสียตั้งแต่วันนี้นะคะ ถ้าอยากแก้ปัญหาปากเหม็นและเพื่อให้เรามีสุขภาพที่ดี

 

 

เกลือช่วยคุณได้

วิธีทำคือให้เอาเกลือป่นที่เราใช้ปรุงอาหารกันนี่แหล่ะค่ะ มาผสมกับน้ำเปล่า ผสมให้เค็มหน่อยนะ จากนั้นก็เอามาบ้วนปากก่อนที่จะแปรงฟัน หรืออาจจะใช้บ้วนปากล้างยาสีฟันออก หลังจากที่แปรงฟันเสร็จก็ได้ บ้วนเสร็จก็ใช้น้ำเปล่าบ้วนอีกรอบ ก็จะช่วยขจัดกลิ่นปากได้จริงๆ ค่ะ น้ำเกลือจะเข้าไปช่วยขจัดแบคทีเรียในช่องปากของเรา ผู้เขียนลองบ้วนปากด้วยน้ำเกลือก่อนจะแปรงฟันตอนเช้า หลังจากบ้วนเสร็จพบว่ากลิ่นปากแทบไม่มีเลยหล่ะค่ะ

 

 

ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ

การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันจะช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตอนที่เราดื่มน้ำก็ยังช่วยชะล้างแบคทีเรียและสิ่งสกปรกออกไป แล้วมันยังช่วยให้ร่างกายสร้างน้ำลายได้มากขึ้น ทำให้ปากไม่แห้ง เพราะถ้าปากแห้งจะทำให้แบคทีเรียในช่องปากเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดกลิ่นปากนั่นเอง

 

 

หลีกเลี่ยงอาหารกลิ่นแรง

อาหารที่เรากินเข้าไปนั้น ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก ฉะนั้นควรจะหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง อย่างเช่น กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศ ของหมักดอง ใบกุ้ยช่าย ต้นหอม หรือแม้แต่กาแฟ เหล่านี้ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ทั้งนั้น

 

 

เปลี่ยนแปรงสีฟันเสียบ้าง

แปรงสีฟันที่เราใช้แปรงกันทุกเช้า-ค่ำ นั้น เมื่อใช้ไปนานวันเข้า ก็ย่อมมีการเยินหรือสึกหรอไปบ้าง ฉะนั้นแนะนำให้เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 2-3 เดือนนะคะ เพื่อที่เราจะได้ใช้แปรงสีฟันที่ขนแปรงสามารถทำความสะอาดฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแปรงสีฟันของเรานี่ก็เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่เยอะเหมือนกันนะ ยิ่งแปรงสีฟันที่เก่าใช้มานานก็ลองคิดดูว่าจะมีแบคทีเรียปนเปื้อนมากมายขนาดไหน และอย่าลืมใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่มกันด้วยนะจ๊ะ

 

 

อย่าลืมขูดหินปูน

หินปูนที่เกาะติดอยู่ที่ฟันของเรานั้น ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากขึ้นมาได้ ฉะนั้นควรจะไปขูดหินปูนกันทุกๆ 6 เดือนนะคะ หรือว่าอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งก็ได้ค่ะ หลายคนมักจะมองข้ามในเรื่องนี้ ซึ่งมันก็เป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่ทำให้มีกลิ่นปากค่ะ และควรจะไปพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือนด้วยก็ดีนะคะ เพื่อที่จะได้ไปตรวจสุขภาพฟัน หากมีฟันผุ ปัญหาเกี่ยวกับเหงือก มีแผลในปาก หรือปัญหาต่างๆ ภายในช่องปาก ก็จะได้รักษาอย่างถูกวิธี เพราะเหล่านี้ล้วนแต่นำไปสู่การมีกลิ่นปากขึ้นได้ทั้งนั้น

 

 

ขจัดเศษอาหารด้วยไหมขัดฟัน

เพื่อนๆ บางคนอาจจะไม่คุ้นชินกับการใช้ไหมขัดฟัน แต่มันช่วยขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันได้ดีเลยหล่ะ โดยหลังจากแปรงฟันเสร็จก็เอาไหมขัดฟันมาใช้ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งก็ยังดีค่ะ เพื่อให้ฟันของเราสะอาดขึ้น ช่วยขจัดเศษอาหารในมุมที่ขนแปรงสีฟันเข้าไม่ถึง เมื่อฟันสะอาดแล้วเรื่องกลิ่นปากก็จะลดลงค่ะ

 

 

กินผัก ผลไม้สดให้มากขึ้น

การกินผักผลไม้บางอย่างแบบสดๆ ก็สามารถช่วยลดปัญหากลิ่นปากได้นะ อย่างเช่น ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง แครอท บ๊วย มังคุด กล้วย ทับทิม หรือแอปเปิ้ลสดๆ กินหลังอาหาร การเคี้ยวทานก็จะช่วยชะล้างแบคทีเรียในช่องปากออกไปได้ และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของเรา สามารถผลิตน้ำลายที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับแบคทีเรียในช่องปากได้ดีขึ้นนั่นเอง

 

 

ใช้น้ำยาบ้วนปาก

สำหรับการใช้น้ำยาบ้วนปากนั้น ก็สะดวกดีเหมือนกันในการช่วยลดกลิ่นปาก เพราะบางทีเราอาจจะไม่สะดวกที่จะแปรงฟันในขณะนั้น หรือต้องการความมั่นใจก่อนที่จะต้องไปพูดคุยกับลูกค้า หรือมีสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีความมั่นใจเรื่องกลิ่นปาก ก็ใช้น้ำยาบ้วนปากค่ะ แนะนำให้ใช้เป็นครั้งคราวเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใช้จนเป็นกิจวัตรประจำวันหล่ะ ถ้าใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อย จะทำให้เสียสมดุลในช่องปาก การรับรสชาติเพี้ยนไป ถ้าใช้ติดต่อกันไปนานๆ อาจเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราขึ้นในช่องปากเพิ่มขึ้น

 

 

นี่ก็เป็นวิธีแก้ปากเหม็นบางส่วนที่คุณสามารถนำเอาไปปรับใช้ได้ ทั้งนี้ยังมีตัวช่วยในการลดกลิ่นปากอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้สเปรย์ระงับกลิ่นปาก การขจัดนิ่วทอลซิลออกไป การเคี้ยวหมากฝรั่งหรือลูกอม การทานอาหารที่มีเส้นใยเยอะๆ การใช้สมุนไพรดับกลิ่นปาก เลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์และเกลือ รวมไปถึงการแปรงฟันอย่างถูกวิธี และดูแลความสะอาดภายในช่องปากและฟันอยู่เสมอ ก็สามารถช่วยแก้ปัญหากลิ่นปากได้เช่นกัน บางคนก็มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพปากและฟัน แต่ไม่ได้ไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษา การแก้ปัญหากลิ่นปากก็จะเรื้อรังไม่ลดลงหรือหายไปเสียที เมื่ออ่านแล้วก็ลองนำความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ


Advertisements




Loading...