รอยแผลเป็นจากสิวรักษาอย่างไร ใครอยากขจัดแผลเป็นจากสิว มาอ่านกันเลย

[Total: 1   Average: 2/5]

สิ่งที่ไม่พึงประสงค์และมักจะเกิดขึ้นบนผิวหน้าของเรานั่นก็คือ “สิว” ยังไงหล่ะ ซึ่งเราเชื่อว่าเพื่อนๆ ส่วนใหญ่คงจะเคยผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับสิวกันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะช่วงที่เราเป็นวัยรุ่น เพราะปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านฮอร์โมนของร่างกาย มลภาวะสิ่งแวดล้อมรอบตัว อาหารการกิน วิถีการดำเนินชีวิต หรือแม้กระทั่งการรักษาความสะอาดของร่างกาย ฯลฯ เมื่อสิวได้เกิดขึ้นมาก็ย่อมหายได้เช่นกัน แต่สำหรับหลายๆ คนแล้ว สิวได้ทิ้งรอยแผลเป็นจากสิวไว้ให้ดูต่างหน้า ไม่ใช่ว่าเพียงแค่จุดสองจุด แต่มันเป็นเยอะมากๆ แล้วเราก็จะต้องทำการรักษารอยแผลเป็นจากสิวเหล่านั้นให้หาย บทความนี้เราจึงได้รวมเอาวิธีรักษาแผลเป็นจากสิวมาไว้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ซึ่งน่าจะถูกใจผู้ที่มีรอยสิวอยู่เต็มผิวหน้า จะว่าไปแล้วแผลเป็นจากสิวก็ได้สร้างปัญหาให้กับเราไม่น้อยเลยเหมือนกันนะคะ


Advertisements


สำหรับรอยแผลเป็นจากสิวเนี่ย สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากการที่สิวเกิดการอักเสบ แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี หลายคนมักจะบีบ แคะ แกะ เกาสิว ก็มักจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิวไว้บนผิวหน้า ซึ่งรอยแผลเป็นนี้มักจะเป็นรอยบุ๋มลงไป เป็นรอยนูนขึ้นมา หรือบางคนอาจจะเป็นรอยสีแดง มีคนจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาเหล่านี้เยอะมาก ทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียนเอาเสียเลย แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปีรอยก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่หายไปเองซะที จากคนหน้าตาปกติธรรมดาก็อาจถูกมองว่าเป็นคนหน้าโหดไปเลย เอาเป็นว่าเรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีวิธีไหนที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นจากสิวให้กับเราได้บ้าง
รอยแผลเป็นจากสิว
Loading...

วิธีรักษารอยแผลเป็นจากสิว

 

รักษาด้วยน้ำมะนาว

สำหรับคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย ควรเลี่ยงวิธีนี้นะคะ เพราะน้ำมะนาวค่อนข้างที่ตจะกัดกร่อน สูตรนี้ก่อนอื่นให้เอาน้ำมะนาวสดมาผสมกับน้ำเปล่า 50/50 คนให้เข้ากันแล้วใช้สำลีชุบลงไป แล้วใช้เช็ดบริเวณที่มีรอยแผลเป็น พยายามอย่าให้เลอะออกไปโดนผิวหนังรอบๆ นะคะ ทาทิ้งไว้ 15 – 20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดหน้าให้แห้งแล้วรีบทาครีมที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว น้ำมะนาวจะช่วยให้รอยแผลเป็นนุ่มลง และช่วยให้รอยแผลเป็นดูจางลงอีกด้วย วิธีนี้อย่าทำบ่อย และอย่าใช้น้ำมะนาวเข้มข้นเกินไป เพราะหากคุณผิวบางอาจจะทำให้เกิดภาวะผิวไหม้ได้ ควรใช้อย่างระมัดระวัง

 

 

พอกหน้าด้วยใบบัวบก

วิธีคือเอาใบบัวบกสดมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด เมื่อได้แล้วก็เอามาพอกให้ทั่วใบหน้า ปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที จึงล้างออก ทำเป็นประจำจะช่วยลดรอยดำจากสิว ทำให้รอยแผลเป็นจากสิวดูจางลง แล้วสุขภาพผิวหน้าจะดีมากขึ้นอีกด้วย

 

 

รักษาแผลเป็นจากสิวด้วยมะละกอสุก

สูตรนี้เราจะใช้ส่วนผสมเพียงมะละสุกอย่างเดียวเท่านั้น โดยก่อนอื่นให้เอามะละกอสุกมาปอกเปลือก และเอาเมล็ดออกให้หมด หั่นเป็นชิ้นๆ แล้วเอาใส่เครื่องปั่นให้ละเอียด ใช้พอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เมื่อใช้เป็นประจำ ก็จะช่วยลดรอยดำจากสิว ช่วยขจัดรอยแผลเป็นจากสิว ผิวหน้าจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล

 

 

ทาด้วยน้ำผึ้งเป็นประจำ

ให้เพื่อนๆ ไปหาซื้อน้ำผึ้งมาก่อน ตามเซเว่นหรือห้างสรรพสินค้าก็มีขายค่ะ จากนั้นทำการล้างหน้าให้สะอาด แล้วใช้คัตตอนบัตจุ่มน้ำผึ้งแล้วเอามาแต้มบริเวณที่มีรอยแผลเป็น ทาทิ้งไว้ 30 นาทีขึ้นไป แล้วล้างออกให้สะอาด ให้ทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยรักษารอยแดงและแผลเป็นจากสิว และยังช่วยป้องกันรักษาการเกิดสิวได้อีกด้วย ผิวหน้าจะมีความชุ่มชื้นมากกว่าเดิม

 

 

ขจัดแผลเป็นจากสิวด้วยว่านหางจระเข้

นอกจากเราจะใช้ว่านหางจระเข้ในการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือใช้ว่านหางจระเข้รักษาสิวแล้ว เรายังสามารถนำมาใช้เป็นตัวช่วยในการรักษารอยแผลเป็นจากสิวได้อีกด้วย เพียงแค่คุณเอาวุ้นของว่านหางจระเข้มาทาผิวหน้าบริเวณที่มีรอยแผลเป็น ทาทิ้งไว้ก่อนนอน แล้วค่อยมาล้างออกในตอนเช้า ทำเป็นประจำก็จะช่วยลดเลือนและรักษาแผลเป็นจากสิวได้

 

 

ใช้ครีมลดรอยสิว Smooth E

การรักษาแผลเป็นจากสิวที่หลายคนมักจะใช้กัน ก็คือผลิตภัณฑ์ของ Smooth E นี่แหล่ะค่ะ ซึ่งวิธีใช้ก็แค่เอามาแต้มหรือทาเป็นประจำ แต่เราจะมาแนะนำอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยให้รอยแผลเป็นหายเร็วมากขึ้น โดยการเอาครีม Smooth E มาแต้มลงไปบนรอยแผลเป็น (แต้มลงไปเยอะๆ หน่อยนะ) แล้วใช้เทปใสที่ใช้ปิดแผลเนี่ย มาแปะทับลงไปบนครีมให้ติดกับผิวหน้าของเราเลย ทำก่อนนอนแล้วทิ้งไว้ทั้งคืน ค่อยมาเอาออกในตอนเช้า หรือหากคุณทำในวันหยุด ก็แปะทิ้งไว้ทั้งวันเลยก็ได้ค่ะ วิธีนี้จะช่วยรักษารอยแผลเป็นจากสิวให้หายเร็วมากขึ้น

 

 

ใช้ผงฟูสครับหน้า

ให้เอาผงฟูมา 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำเปล่า 2 ช้อนชา คนให้เข้ากันแล้วเอามาทาใบหน้าของเราให้ทั่ว เน้นนวดเบาๆ วนบริเวณรอยแผลเป็นจากสิวไปเรื่อยๆ สัก 2 นาที จากนั้นก็ล้างหน้าให้สะอาด หากว่าสิวยังอักเสบอยู่ไม่ควรใช้วิธีนี้นะคะ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้น ให้ใช้ตอนที่มีแผลเป็นจากสิวแล้วเท่านั้นค่ะ

 

 

พอกหน้าด้วยไม้แก่นจันทร์

วิธีนี้ก็ไม่ยากแต่ก่อนอื่นให้เพื่อนๆ ไปซื้อผงไม้แก่นจันทร์มาก่อน แล้วตักมา 1 ช้อนโต๊ะ แล้วเติมนมสดผสมลงไปด้วยนิดนึง คนให้เข้ากันจนได้เป็นเนื้อครีมข้นๆ นำมาพอกบริเวณรอยแผลเป็นจากสิวทิ้งไว้ 30 นาทีขึ้นไป แล้วก็ล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำทุกวันไปเรื่อยๆ รอยแผลเป็นก็จะเริ่มจางลงและลดเลือนหายไปในที่สุด นับว่าเป็นสมุนไพรรักษาแผลเป็นที่น่าสนใจอีกหนึ่งทางเลือกค่ะ

 

 

ใช้ครีม Mederma

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์รักษาแผลเป็นจากสิวที่ค่อนข้างใช้ได้ผลดีมาก เป็นผลิตภัณฑ์รักษารอยแผลเป็นจากเยอรมนี โดยเพื่อนๆ สามารถไปหาซื้อครีม Mederma ได้ที่ร้าน Boots หรือร้านขายยาทั่วไป แล้วนำมาใช้ทาเป็นประจำทุกวัน วิธีใช้ก็ทำตามที่ระบุไว้ในฉลากกำกับที่แถมมาด้วยได้เลย ผิวหน้าของคุณจะดีมากขึ้นกว่าเดิม ช่วยรักษาแผลเป็นจากสิวจนคุณสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน

 

 

ทาด้วยแอปเปิลไซเดอร์

ให้คุณเอาแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่า โดยใช้น้ำเปล่า 2 ส่วนต่อแอปเปิลไซเดอร์ 1 ส่วน ผสมให้เข้ากัน แล้วเอาสำลีมาชุบแล้วใช้เช็ดบริเวณแผลเป็นทุกวัน ซึ่งเป็นวิธีรักษาแผลเป็นจากสิวที่ทำได้ง่ายๆ ช่วยให้รอยแผลเป็นจางลง ช่วยลดรอยแดงจากสิวได้อีกด้วย

 

 

รักษาด้วยเลเซอร์

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนมักจะใช้กัน แต่อาจมีค่าใช้จ่ายสูงนิดนึง โดยเราต้องไปที่โรงพยาบาลและปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อทราบรายละเอียดโปรแกรมการรักษาต่างๆ การวินิจฉัย รวมถึงผลข้างเคียงและความเสี่ยงต่างๆ การรักษารอยแผลเป็นจากสิวด้วยเลเซอร์นั้น อาจจะสลายรอยแผลเป็นแล้วให้เกิดการสร้างผิวใหม่ขึ้นมา หรือใช้เพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับโปรแกรมการรักษาและคำแนะนำของแพทย์นั่นเองค่ะ

 

 

ใช้ Hiruscar

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์รักษารอยแผลเป็นที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีก็คือ Hiruscar นั่นเอง ด้วยผลลัพธ์ที่หลายคนใช้แล้วพึงพอใจ ที่ช่วยรักษาหลุมสิว และรอยแผลเป็นจากสิวได้ดี ซึ่งเราสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป มีแบบหลอดสีฟ้าขาวและแบบหลอดสีฟ้าเหลือง ซึ่งก็ช่วยรักษารอยแผลเป็นจากสิวได้ดีทั้งคู่ ส่วนรายละเอียดของแต่ละแบบ สามารถอ่านได้ที่ฉลากและสอบถามจากเภสัชกรผู้จำหน่ายได้เลยจ้า

 

 

ฉีดฟิลเลอร์

นี่ก็เป็นอีกวิธีรักษาทางการแพทย์ที่น่าสนใจ โดยแพทย์จะทำการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มหลุมสิวให้กลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม แต่วิธีนี้จะช่วยได้เพียงชั่วคราวนะคะ เพราะทุกๆ 4 – 6 เดือน เราจะต้องไปฉีดฟิลเลอร์ซ้ำอีก

 

 

การรักษารอยแผลเป็นจากสิวก็มีหลากหลายวิธีให้เราได้เลือก แต่การรักษาควรจะต้องใจเย็นๆ และมีความสม่ำเสมอในการปฏิบัติ และที่สำคัญก็คือการป้องกันไม่ให้เกิดสิวหรือรอยแผลเป็นนั่นเอง จะได้ไม่ต้องมารักษารอยแผลเป็นจากสิวกันอีก เวลาที่เป็นสิวก็อย่าบีบสิวเพราะมันจะทำให้เกิดแผลเป็น และแบคทีเรียจากมือก็จะไปติดอยู่ตามผิวหน้า ทำให้สิวเกิดการอักเสบของสิวได้ง่ายๆ ฉะนั้นควรปล่อยให้สิวเป็นไปตามกระบวนการธรรมชาติ หรือใช้แนวทางการรักษาสิวที่ไม่ทำให้สิวเกิดการอักเสบหรือเป็นแผลเกิดขึ้นจะดีกว่า หากแผลเป็นมีขนาดลึกและกว้าง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่านะคะ


Advertisements




Loading...