วิธีลดสิวด้วยตัวเอง เคล็ดลับสู่การมีผิวหน้าเนียนใส ไร้สิวรบกวน

[Total: 8    Average: 3/5]

สิ่งที่คอยรบกวนผิวหน้าของหนุ่มสาวทั้งหลาย คงจะหนีไม่พ้นเรื่องสิวกันแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยน สิวผด สิวอักเสบ สิวอุดตัน ฯลฯ ซึ่งบางทีอาจจะไม่รุนแรง แต่มันสร้างความรำคาญให้แก่เรา ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน หรือบางทีสิวอักเสบก็อาจจะทิ้งรอยดำหรือรอยแผลเป็นจากสิวได้ ทิปส์ซ่าจึงขอนำเอาวิธีลดสิวมาแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ เพื่อที่จะนำไปใช้แก้ปัญหาสิวที่เกิดขึ้น และยังสามารถใช้วิธีแบบธรรมชาติมาเป็นตัวช่วยได้ด้วยหล่ะ


Advertisements


ตอนส่องกระจกเพื่อนๆ เคยรู้สึกกันบ้างไหม ว่าสิวเสี้ยนตามจมูก หรือสิวที่ขึ้นตามจุดต่างๆ บนใบหน้าของเรานั้น มันช่างเป็นสิ่งที่ขัดหูขัดตาเอามากๆ สิวเสี้ยนถ้ามันมีเยอะ จะมองเห็นชัดเป็นเม็ดๆ หรือทำให้รูขุมขนกว้าง ยิ่งถ้าสิวตามจมูกหรือริมฝีปากด้วยแล้ว มันจะทำให้เราปวดไม่น้อยเลย สิวที่แก้มนี่ก็มักทำให้ผิวหน้าเป็นหลุมได้ ฉะนั้นเรามาดูวิธีลดสิว ลดการเกิดสิวกันดีกว่า จะได้หน้าใสห่างไกลสิวกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

วิธีลดสิวแบบธรรมชาติจากที่บ้าน

มาดูวิธีลดสิวแบบธรรมชาติกันเลยค่ะ

 

ออกกำลังกายช่วยลดสิวได้นะ

เมื่อพูดถึงการออกกำลังกายแล้วหล่ะก็ ย่อมดีต่อสุขภาพร่างกายของเราแน่ๆ เพราะจะช่วยให้เราแข็งแรง โลหิตไหลเวียนดี ช่วยลดความเครียด และช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนอีกด้วย ฉะนั้นถ้าคุณเป็นสิวเยอะและไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ก็ลองหันมาออกกำลังกายกันดูสิ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เมื่อเหงื่อออกแล้วคุณจะรู้สึกสดชื่นเปล่งปลั่งอย่างแน่นอน และสิ่งอุดตันที่อยู่ตามรูขุมขนจะถูกขับออกมากับเหงื่อ จึงส่งผลให้การเกิดสิวอุดตันลดลงด้วย

 

 

ไม่ควรนอนดึกหรืออดนอนบ่อย

หลายคนคงจะเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับสิว ตอนที่นอนดึกหรืออดหลับอดนอนกันมาบ้างแล้ว มันเกิดขึ้นรวดเร็วมากเลยใช่มั๊ยหล่ะ แค่ไม่ได้นอนคืนเดียวนี่พอเช้าอีกวัน พบว่ามีสิวเกิดขึ้นบนผิวหน้าเสียแล้ว การที่เรานอนน้อยพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดความเครียด กระตุ้นให้เกิดสิว ดังนั้นควรนอนหลับให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง และการนอนแต่หัวค่ำแล้วตื่นแต่เช้า จะเป็นผลดีต่อสุขภาพมาก แน่นอนว่าเราจะรู้สึกสดชื่นแจ่มใสหลังจากที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ร่างกายจะได้พักผ่อนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในช่วงที่เราหลับตอนกลางคืน การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายเกิดความสมดุล

 

 

ปลอกหมอน ที่นอนอย่าลืมรักษาความสะอาด

ในการนอนหลับพักผ่อนของเราแต่ละคืนนั้น แน่นอนว่าใบหน้าของเราจะต้องได้สัมผัสกับหมอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าหมอนหรือที่นอนของเราไม่ค่อยได้ทำความสะอาด ปล่อยหมักหมมไว้นาน แน่นอนว่าคราบเหงื่อไคล ฝุ่นละออง และเชื้อราหรือแบคทีเรีย อาจจะอยู่ที่หมอนหรือที่นอน โอกาสที่จะทำให้เกิดสิวก็มีมาก และหากว่าหน้าเรามีสิวอยู่แล้ว ก็อาจจะทำให้สิวเกิดการอักเสบยิ่งขึ้น ฉะนั้นถ้าสะดวกก็เอาผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนมาซักสัปดาห์ละครั้งก็ได้ค่ะ

 

 

ลดความมันบนใบหน้า

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวนั้น ก็เพราะความมันบนใบหน้านี่แหล่ะ บางคนหน้ามันเหนียวเหนอะหนะมาก แล้วไม่หาทางทำความสะอาด จึงเกิดสิวขึ้นได้ง่าย เพราะน้ำมันที่รูขุมขนนั้นถ้าผสมกับฝุ่นละออง หรือเซลล์ผิวเก่า ก็จะอุดตันกลายเป็นสิวขึ้นมา ฉะนั้นควรขจัดความมันบนใบหน้าซึ่งถ้าเป็นในช่วงระหว่างวัน ก็หากระดาษซับมันมาเช็ดใบหน้าของเรา(แต่อย่าซับบ่อยเกินไป) หรืออยู่แต่ในบริเวณที่อากาศเย็น เลี่ยงบริเวณที่อากาศร้อนจัด เพื่อป้องกันหน้ามัน แต่อย่าล้างหน้าบ่อยๆ นะ เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้หน้ามันมากขึ้น

Loading...

 

 

หลีกเลี่ยงมลภาวะที่ทำให้เกิดสิว

ในการเดินทางไปทำงานหรือใช้ชีวิตนอกบ้านในแต่ละวันของเรา ย่อมต้องเผชิญกันมลภาวะต่างๆ มากมายซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละอองต่างๆ ควันจากท่อไอเสีย ฝุ่นควัน หรือแม้แต่แสงแดด เราก็หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าตรงๆ หรือนานๆ กับมลภาวะเหล่านั้น หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความชื้นหรือความร้อนสูง และเอาใจใส่เรื่องของการรักษาความสะอาดบนใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถช่วยลดการเกิดสิวได้

 

 

ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ

น้ำที่เราดื่มเข้าไปในแต่ละวันนั้น ต่างทราบกันดีว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายของเรา บางคนอาจดื่มน้ำไม่เพียงพอในแต่ละวัน คุณลองหันมาดื่มน้ำในแต่ละวันให้เพียงพอดูสิ วันละ 8-10 แก้ว หรืออาจจะมากกว่านี้อีกประมาณ 2-3 แก้ว น้ำที่ดื่มเข้าไปจะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ชุ่มชื่น ยืดหยุ่น ผิวไม่แห้งกร้าน ช่วยไม่ให้ท้องผูก ช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย เซลล์ต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงช่วยให้ความเครียดทุเลาลง โดยการดื่มน้ำนั้นควรค่อยๆ จิบดื่มไปเรื่อยๆ ทั้งวันดีกว่าดื่มเยอะๆ ในครั้งเดียว หรือถ้าหากคุณมีสิวเยอะ อาจใช้วิธีเอาน้ำมะนาว 1 ผล ผสมกับน้ำเปล่า 1 แก้ว ดื่มเป็นน้ำแก้วแรกของวันในตอนเช้าก็ได้ เพื่อเป็นการช่วยล้างพิษ มีหลายคนที่ใช้วิธีนี้แล้วได้ผล สิวค่อยๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

 

รักษาความสะอาดบนใบหน้าให้ดี

ในการล้างหน้าของเรานั้น ควรล้างให้สะอาดหมดจด ควรล้างแค่วันละ 2 ครั้งคือตอนเช้ากับตอนกลางคืนก่อนนอนเท่านั้น แต่ถ้าผิวหน้ามันมากจริงๆ ก็อาจจะล้างไม่เกิน 3 ครั้งต่อวัน และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เครื่องสำอางที่เราใช้แต่งหน้าในแต่ละวันนั้นควรล้างออกให้หมดจด และนานๆ ทีก็อาจจะมาส์กหน้าเพื่อช่วยดีท็อกซ์สิ่งสกปรกอุดตันออกจากรูขุมขนด้วยก็ได้นะ

 

 

ขจัดความเครียด

การที่เราเครียดมากๆ ร่างกายจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ (ซึ่งปกติแล้วต่อมไขมันบนใบหน้า จะผลิตน้ำมันออกมาเพื่อให้ผิวคงความชุ่มชื้น ในปริมาณที่พอเหมาะ) เมื่อหน้ามันมากเกินไปแล้วทำความสะอาดไม่ถูกวิธี หรือได้รับการทำความสะอาดไม่เพียงพอ ก็มีโอกาสสูงที่น้ำมันจะไปรวมตัวกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จนไปอุดตันในรูขุมขน เกิดเป็นสิวอุดตันได้ และเมื่อเกิดความเครียดอาจก่อให้เกิดสิวฮอร์โมน เนื่องจากตอนที่เราอยู่ในสภาวะเครียดนั้น ระดับฮอร์โมนในร่างกายของเราจะไม่เป็นปกตินั่นเอง ฉะนั้นอยากลดสิวก็ควรลดเครียดนะจ๊ะ

 

 

หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า

หลายคนชอบมีพฤติกรรมเอามือเท้าคางเวลาที่กำลังใช้ความคิด หรือบางทีก็เอามือสัมผัสกับใบหน้า ลูบใบหน้า เกาแก้มหรือหน้าผาก รู้ไหมว่ามือของเรานั้นไปจับอะไรมาบ้าง มันอาจเต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้าของคุณ และถ้าเป็นสิวไม่ควรไปบีบหรือแกะเกาสิว เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบมากกว่าเดิมและจะทำให้เกิดหลุมสิว รอยแผลเป็นจากสิว หรือรอยดำจากสิวได้ ซึ่งนั่นยิ่งรักษายากและใช้เวลานานเข้าไปอีก

 

 

หลีกเลี่ยงการกินของทอด อาหารมันๆ

เราต่างทราบกันดีว่าอาหารทอด ผัด อาหารมันๆ ต่างๆ นั้น ถ้ากินเป็นประจำจะทำให้เราอ้วนพุงย้วย และยิ่งถ้าใครเป็นคนที่ผิวมันง่าย ควรเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงให้มาก เพราะถ้ากินอาหารมันๆ มาก จะกระตุ้นต่อมไขมันบนใบหน้าให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

 

 

ถ้าคุณกำลังถูกสิวบุกรุกใบหน้า ก็ลองนำ 10 วิธีลดสิวเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ เครื่องสำอางที่ทำให้ผิวหน้ามันก็พยายามหลีกเลี่ยง หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญคือให้รักษาความสะอาดใบหน้าของเราให้ดี อย่าให้มีสิ่งสกปรกตกค้างจนเกิดการอุดตันของรูขุมขน ก็จะช่วยลดสิวได้ แต่ถ้าคุณมีสิวขึ้นมาเยอะมากจนผิดปกติ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางแก้ไข อย่าปล่อยไว้นานเพราะอาจทำให้ผิวหน้าแย่และรักษายากมากขึ้น


Advertisements




 เคล็ดลับความสวยงาม
Loading...