13 วิธีแก้ง่วงเวลาขับรถ ให้เดินทางอย่างสดชื่น ไม่ง่วงเหงาหลับใน

[Total: 7    Average: 2.9/5]
เวลาต้องขับรถไปไกลๆ เป็นเวลานานคุณเคยมีความรู้สึกง่วงกันบ้างไหม แน่นอนว่าแทบทุกคนเคยมีความรู้สึกง่วงกันทั้งนั้น ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ เพราะความง่วงที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดอุบัติเหตุนั่นเอง ดังที่เห็นบ่อยๆ ตามข่าวต่างๆ และถ้ายิ่งเป็นช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางกันเป็นจำนวนมากด้วยแล้ว เราก็จะได้ยินข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนกันถี่มาก เพราะผู้ขับขี่มีอาการง่วงเนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือต้องขับรถนานกว่าปกติเนื่องจากรถติดนั่นเอง ฉะนั้นเราจึงได้เอาวิธีแก้ง่วงเวลาขับรถมาฝาก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองและคนที่คุณรักค่ะ


Advertisements


การที่เราขับรถบนท้องถนนเป็นเวลานาน ถ้าเป็นทางที่ตรงยาวๆ ด้วยแล้ว บ่อยครั้งที่ผู้ขับขี่มักจะใช้ความเร็วที่ค่อนข้างสูง และเส้นทางตรงยาวๆ แบบนี้จะทำให้เกิดอาการง่วงและหลับในได้ง่ายๆ (ตามถนนทางตรงยาวๆ จะมีป้ายเตือนระวังหลับในอยู่) และจากประสบการณ์ในการขับขี่ของผู้เขียนเองพบว่าเวลาที่เราขับขี่ด้วยความเร็วต่อเนื่องไปนานๆ ความรู้สึกจะเหมือนกับว่าเรากำลังขับช้า ทั้งๆ ที่ก็ขับเร็วเท่าเดิม ทำให้เหยียบรถให้เร็วขึ้นไปอีก ซึ่งนั่นอันตรายมากหากเกิดอาการหลับในขึ้นมาแค่เพียงวูบเดียว ฉะนั้นเรามาดูวิธีแก้ง่วงเวลาขับรถกันดีกว่า

วิธีแก้ง่วงเวลาขับรถ

มาดูวิธีแก้ง่วงเวลาขับรถกันเถอะ

 

ก่อนเดินทางควรพักผ่อนให้เพียงพอ

สำหรับการเดินทางไกลนั้น การพักผ่อนเตรียมตัวก่อนวันเดินทางนั้นสำคัญมาก ฉะนั้นในช่วงอย่างน้อย 2 วันก่อนวันเดินทาง ควรพักผ่อนนอนหลับให้ได้วันละ 7-9 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หากไม่ได้นอนอย่างเต็มที่จะเกิดอาการง่วง สมองจะทำงานช้าลง ซึ่งมีโอกาสที่จะวูบหรือหลับในได้สูง ดังนั้นเตรียมสุขภาพร่างกายให้พร้อมนะจ๊ะ

 

 

มีเพื่อนคุย

หากเราขับรถไปคนเดียวเงียบๆ จะทำให้เราค่อยๆ เฉื่อยและรู้สึกง่วงขึ้นมา ฉะนั้นถ้าจะเดินทางไกลก็ควรจะหาเพื่อนคุยไปด้วย จะได้ชวนเราคุยทำให้ไม่ง่วง เพราะสมองจะถูกกระตุ้นอยู่ตลอดช่วงที่เราสนทนาพูดคุยกัน บางทีก็ช่วยมองทัศนวิสัยข้างหน้าให้กับเราด้วย สังเกตดูรถทัวร์ต่างๆ ที่เค้าขับไปบนเส้นทางไกลๆ พนักงานบนรถที่นั่งข้างๆ จะชวนคุยนี่นั่นอยู่ตลอด เพื่อให้คนขับรถไม่ง่วงนั่นเอง

 

 

ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลังไม่ควรดื่มก่อนวันเดินทาง แต่ช่วงเดินทางดื่มได้

ในเมื่อการพักผ่อนนอนหลับที่เพียงพอมีความสำคัญต่อการขับรถเป็นอย่างมาก ฉะนั้นช่วงก่อนหน้าที่เราจะเดินทาง 2-3 วันนั้นควรจะงดดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มต่างๆ ที่ทำให้ไม่ง่วง เพราะคาเฟอีนที่อยู่ในเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้การนอนหลับของเราไม่สนิท และส่งผลให้วันขับรถเดินทางเกิดอาการง่วงได้ ดังนั้นหลับให้ลึก หลับให้สนิทเพื่อเตรียมตัวอย่างเต็มที่ ส่วนวันที่เราต้องขับรถเดินทางนั้น ก็สามารถหาเครื่องดื่มเหล่านี้มาดื่มได้ เพื่อให้คาเฟอีนช่วยให้ไม่ง่วงตอนขับขี่นั่นเอง

 

 

ใช้น้ำเย็นล้างหน้า

การขับรถนานๆ ในอิริยาบถเดิมๆ แน่นอนว่าความเมื่อยล้าย่อมเกิดขึ้น และส่งผลให้ความง่วงนอนมาเยือน ฉะนั้นถ้าเจอปั๊มน้ำมันก็แวะไปล้างหน้าล้างตา เอาน้ำเย็นลูบท้ายทอยให้สดชื่น เอาน้ำเย็นลูบแขน เข้าไปปัสสาวะให้สบายตัว เราก็จะสดชื่นปลอดโปร่ง ตื่นขึ้นมาจากความง่วงได้ค่ะ และยังเป็นการพักรถไปในตัวด้วย

 

 

ยืดเส้นยืดสายไล่ความง่วงกันซักหน่อย

ไหนๆ ก็จอดแวะพักที่ปั๊มน้ำมันเพื่อล้างหน้าเข้าห้องน้ำกันแล้ว เราก็ยืดเส้นยืดสายกายบริหารกันนิดนึง ยืดแขน ยืดขา สะบัดมือ หมุนคอ หมุนเอว หรือเคลื่อนไหวร่างกายให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น ข้อต่อเส้นเอ็นต่างๆ จะลั่นดังกร๊อบ แกร๊บ! เลยหล่ะ ความรู้สึกโล่งสบายตัวก็จะบังเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา พร้อมที่จะขับรถเดินทางไปต่อได้แล้วหล่ะ

loading...

 

 

ขจัดความง่วงด้วยผลไม้เปรี้ยวจี๊ด

ก่อนจะเดินทางก็เตรียมผลไม้เปรี้ยวจี๊ดอย่าง มะยม มะม่วงเปรี้ยว มะขาม ตะลิงปลิง มะปรางเปรี้ยว มะขามป้อม หรือกระทกรกเปรี้ยวๆ เอามาติดรถไว้ เมื่อรู้สึกง่วงๆ ก็เอาออกมากิน โดยให้คนที่นั่งข้างๆ ป้อนก็ได้ค่ะ รับรองว่าตาสว่างแน่นอน ยิ่งถ้าได้น้ำจิ้มเผ็ดๆ ด้วยแล้ว เหงื่อแตกไหลพรากหลายง่วงเป็นปลิดทิ้งเลยหล่ะ

 

 

กดกาแฟเซเว่นมาดื่มสักแก้ว

อันนี้จากประสบการณ์ของผู้เขียนและก็คงจะคล้ายๆ กับใครอีกหลายคน คือตอนขับรถเดินทางไกลๆ เราก็มักจะแวะเซเว่นที่ปั๊มน้ำมันใช่มั๊ยหล่ะ ให้คุณไปกดเอากาแฟเย็นที่ตู้กดมาไว้ดื่มในรถสักแก้วสิ จะช่วยให้คุณตาสว่างตลอดเส้นทางเลยหล่ะ

 

 

เปิดกระจกรับอากาศข้างนอกบ้าง

การที่เราขับรถเดินทางไปนานๆ ก็จะเกิดความเมื่อยล้าจำเจ และถ้าโดนความเย็นของแอร์แล้วก็จะเริ่มง่วง ลองเปิดกระจกสัมผัสบรรยากาศจากด้านนอกดูบ้างสิ เปิดเป็นระยะๆ ก็ได้ ลมที่ตีเข้ามาก็จะช่วยให้เราตื่นตัว ได้สูดอากาศจากด้านนอก รับรู้ความหนาวร้อนต่างๆ และที่ผู้เขียนเปิดกระจกเป็นระยะๆ ก็เพราะเวลาที่เราขับรถไปนานๆ จะรู้สึกว่ารถมันไปช้าเพราะเกิดความชินชา ทำให้เรายิ่งเร่งความเร็วขึ้นอีก การเปิดกระจกเป็นบางคราวจะช่วยให้เราได้รู้ว่าเราขับรถเร็วมากไปแล้วนะ เพราะความแรงของลมที่พัดเข้ามานั่นเอง

 

 

เปิดเพลงแด๊นซ์ให้ครื้นเครง

อย่าปล่อยให้บรรยากาศในการขับขี่ของเราเงียบเหงา หาโหลดเพลงแด๊นซ์มันส์ๆ มาไว้เปิดในรถสิ ยิ่งเพลงแด๊นซ์จังหวะ 3 ช่าของบ้านเรายิ่งมันส์ ชวนให้โยกตัวตามมากเลยหล่ะ อันนี้ผู้เขียนก็ใช้อยู่ตอนนี้ ตอนขับรถกลางคืนมืดๆ นี่ยังช่วยไล่ความหลอนไปได้อีกด้วย เปิดไป โยกหัวไป หายง่วงเลยค่ะ

 

 

ไม่ไหวก็นอนพักสักหน่อย

ถ้าเราง่วงขับรถต่อไปไม่ไหวจริงๆ ก็จอดรถนอนสักครึ่งชั่วโมงก่อนก็ได้ ถ้าฝืนขับไปก็อาจเกิดอันตรายได้ การแวะพักนอนระหว่างทางนั้นก็เลือกสถานที่ที่ปลอดภัยหน่อย อย่างบริเวณหน้าเซเว่นในปั๊มน้ำมันที่มีไฟสว่างๆ และการนอนในรถก็อย่าติดรถเปิดแอร์นอนหล่ะมันอันตรายมาก อย่างข่าวที่เห็นบ่อยๆ ที่หลับแล้วไม่ตื่นอีกเลย ให้ดับรถแล้วแง้มกระจกให้อากาศได้ระบายสักหน่อย ล็อครถให้เรียบร้อยแล้วนอนพัก ถ้าไปกัน 2 คนก็ให้คนข้างๆ เป็นยามให้เราตอนหลับก็ได้ เมื่อได้งีบสักพักก็จะตื่นมาขับรถได้สดชื่นขึ้นกว่าเดิม

 

 

พกผ้าเย็นไปด้วย

ผ้าเย็นก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับเราได้ อย่างเวลาขึ้นรถทัวร์พอใกล้ถึงจุดหมายเค้าก็จะแจกผ้าเย็นให้เราได้เช็ดใบหน้า ลำคอ แขน ให้เย็นสดชื่น แต่ถ้าเราขับรถยนต์ส่วนตัวก็เอาผ้าเย็นติดรถไว้ก็ได้ จะให้เย็นๆ ก็เอาใส่ในกระติกแล้วใส่น้ำแข็งซะ จะใช้ก็หยิบออกมา หรือปัจจุบันก็มีผ้าเย็นเอนกประสงค์ที่รักษาความเย็นได้ยาวนาน พกไว้เมื่อรู้สึกง่วงก็เอามาเช็ดหน้า เช็ดลำคอ หรือโป๊ะไว้ที่ท้ายทอยให้รู้สึกตื่นขึ้นมา

 

 

อย่าทานมื้อเที่ยงอิ่มเกินไป

สำหรับอาหารมื้อเช้านั้นเป็นมื้อสำคัญ คุณต้องกินให้อิ่มตามปกติเพื่อจะได้มีพละกำลังในการขับขี่ แต่ตอนที่พักกินมื้อเที่ยงนั้นพยายามอย่ากินจนอิ่มมากเกินไป เพราะหลังจากที่คุณกินอิ่มมากแล้วมาขับรถในช่วงบ่าย จะทำให้เกิดอาการง่วงได้ง่าย ฉะนั้นกินมื้อเที่ยงแต่พอดีนะคะ จะได้ไม่ง่วงตอนขับรถ

 

 

น้ำแข็งช่วยแก้ง่วง

ถ้าคุณพกกระติกใส่น้ำแข็งติดรถมาด้วย ก็เอาน้ำแข็งก้อนมาอมให้สดชื่น และเอาน้ำแข็งมาห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าจากนั้นก็เอามาเช็ดถูตามใบหน้าและลำคอ นวดบริเวณขมับด้วยก็ได้ ก็จะช่วยแก้ง่วงขึ้นมาได้บ้างค่ะ

 

 

ถ้าคุณมีเพื่อนนั่งรถมาด้วยแล้วขับรถเป็นกันทั้งคู่ ก็เปลี่ยนกันขับจะดีมากค่ะ เพราะเมื่ออีกคนขับ อีกคนก็จะได้พักผ่อนนั่นเอง ถ้าต้องขับรถเป็นระยะทางไกลๆ ควรจะจอดพักรถทุกๆ 2-3 ชั่วโมง จะได้พักทั้งคนทั้งรถ เราก็หวังว่าวิธีแก้ง่วงเวลาขับรถทุกวิธีจะมีประโยชน์ต่อคุณผู้อ่าน ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าคุณจะเดินทางไปใกล้หรือไกล ก็ต้องขับรถกันด้วยความมีสติทุกขณะจิตนะคะ บนท้องถนนอะไรก็เกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพนะจ๊ะ


Advertisements




 เคล็ดลับสุขภาพ

loading...