วิธีแก้อาการแพ้ท้อง สำหรับคุณแม่ที่แพ้ท้องกันอยู่นะค่ะ

[Total: 0   Average: 0/5]

คุณแม่มือใหม่ทั้งหลายคงจะมีอาการแพ้ท้องเหมือนๆ กัน  แล้วแต่ว่าใครจะมีอาการแบบไหน  บางคนอาจจะแพ้เยอะ  บางคนอาจจะแพ้น้อย ก็แล้วแต่สภาพร่างกายของคุณแม่แต่ละคนค่ะ  เราก็เลยได้รวบรวมเอาความรู้และเคล็ดลับดีดีเกี่ยวกับวิธีแก้อาการแพ้ท้องให้กับคุณแม่มือใหม่ทุกๆ ท่าน ได้ลองเอาไปใช้กันดูนะค่ะ  เพื่อที่จะได้ลดอาการแพ้ท้องลงบ้างยังไงหล่ะ


Advertisements


 เพราะอาการแพ้ท้องนี่  บางคนถึงขั้นทรมานกันเลยทีเดียว  เชิญคุณแม่มือใหม่ศึกษาวิธีแก้อาการแพ้ท้องกันได้เลยค่ะ  ช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์นั้่น  คุณแม่จะต้องพบเจอกับอาการแพ้ท้องที่สุดแสนทรมาน  เพราะร่างกายได้ผลิตฮอร์โมน HCG ขึ้นมา  เมื่อผ่านระยะ 3 เดือนนี้ไปแล้ว  การผลิตฮอร์โมน HCG ก็จะเริ่มลดลงค่ะ  งั้นคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย มาดูวิธีแก้อาการแพ้ท้องของคุณกันดีกว่านะ

วิธีแก้อาการแพ้ท้อง

คุณแม่มือใหม่ เชิญชมวิธีแก้อาการแพ้ท้องกันได้ที่นี่ค่ะ

 

ผลไม้รสเปรี้ยวช่วยคุณได้

คุณผู้อ่านมักจะสังเกตุมั๊ยค่ะ  ว่าคุณแม่ที่แพ้ท้องเนี่ย  เค้ามักอยากกินผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว หรือบางคนถึงขั้นอยากกินอาหารแปลกๆ เลยก็มี  การที่คุณแม่แพ้ท้อง ให้หาผลไม้  หรือเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยวดูนะค่ะ จะช่วยลดอาการแพ้ท้องได้มากเลยทีเดียว  แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลมนะค่ะ

 

 

เปลี่ยนแปลงลักษณะการทานอาหาร

ปกติเราจะทานอาาหารกันในเวลา เช้า กลางวัน เย็น  ใช่มั๊ยค่ะ  แต่คุณแม่ต้องปรับเปลี่ยนใหม่  โดยให้กินอาหารครั้งนึงเพียงนิดเดียว  แต่ให้กินบ่อยครั้งขึ้น  เน้นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง จำพวกขนมปัง  คุกกี้ บิสกิต อะไรประมาณนี้

 

 

หาเวลานั่งสมาธิบ้าง

ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง  นั่นก็คือความเครียดนั่นเอง  ให้คุณแม่ที่แพ้ท้องแบ่งเวลาเพื่อทำสมาธิกันบ้างนะค่ะ  เพื่อที่จะช่วยลดความเครียด  และอาการแพ้ท้องของคุณก็จะทุเลาลงตามไปด้วย

 

 

หาอะไรมาทานเบาๆ ก่อนนอน

ก่อนจะเข้านอน ให้ทานโยเกิร์ต ดื่มนมซักแก้ว  ทานขนมปัง หรือแซนด์วิช  เพื่อให้อาการแพ้ท้องของวันรุ่งขึ้นนั้น บรรเทาทุเลาลงค่ะ

 

 

ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มให้มากๆ

ให้ดื่มน้ำเปล่า  น้ำชา น้ำผลไม้ หรือนม ก็ได้ จะช่วยลดอาการแพ้ท้องได้เยอะเลย  ยิ่งได้น้ำขิงด้วยจะยิ่งดีค่ะ  อาการแพ้ท้องจะลดลงอย่างชัดเจนมากๆ เลยหล่ะ

 

 

เวลาตื่นนอนอย่าเพิ่งลุก

ตอนเช้าๆ ถ้าคุณตื่นนอนแล้ว  อย่าเพิ่งรีบลุกขึ้นมานะค่ะ  ให้นอนพักอีกประมาณ 15 – 20 นาที เพื่อไม่ให้เกิดอาการวิงเวียน  และถ้าจะให้ดี  ช่วงเวลานี้ควรจะมีขนมปังกรอบ หรือบิสกิต ไว้ข้างๆ ด้วยนะค่ะ  ค่อยๆ ทานหลังจากที่ลุกขึ้นจากเตียงค่ะ

 

 

อย่ากินข้าวคำ น้ำคำ

ในขณะที่รับประทานอาหาร  อย่าดื่มน้ำ เพราะจะทำให้เกิดอาการพะอืดพะอม คลื่นเหียนอาเจียนได้  เพราะว่าอิ่มน้ำมากเกินไป  ให้ดื่มน้ำหลังกินข้าวนะค่ะ (แต่ถ้าอาหารติดคอก็อย่ารอช้า ดื่มเลย)

 

 

อาหารที่มีเครื่องเทศควรหลีกเลี่ยง

เพราะะอาหารที่มีเครื่องเทศนั้น จะมีความเป็นกรดสูง  และยังย่อยยากอีกด้วย  ควรจะหลีกเลี่ยงนะค่ะ  แล้วไปหาอาหารเบาๆ รับประทานแทนจะดีกว่าค่ะ

 

 

หลังจากกินข้าว อย่ารีบแปรงฟัน

การที่คุณกินข้าวเพิ่งอิ่มเสร็จไปหมาดๆ  แล้วเอาอะไรแหย่เข้าไปในปากด้วยแล้ว  จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดีเลยหล่ะ  ยิ่งเป็นคุณแม่ที่แพ้ท้อง  ยิ่งอ่อนไหวต่ออาการคลื่นไส้เป็นอย่างมาก ฉะนั้นให้หลีกเลี่ยงโดยการใช้วิธีบ้วนปากแทนก็ได้ค่ะ

 

 

อย่าอยู่แต่ในห้อง

คุณแม่บางคนต้องอยู่หอหรือคอนโด  ก็อย่าหมกตัวเองอยู่แต่ในห้องนะคะ  ให้หมั่นออกมาสูดอาการบริสุทธิ์สดชื่นข้างนอกบ้าง  ให้ทำทุกวันนะค่ะ  จะเป็นหนทางลดอาการแพ้ท้องได้ค่ะ

 

 

ทานกล้วยและสัปปะรด

เพราะว่าการทานผลไม้ทั้งสองอย่างนี้  จะช่วยเพิ่มปริมาณของน้ำตาลในเลือด เป็นอาหารแก้แพ้ท้อง  ทำให้อาการแพ้ท้องทุเลาบรรเทาลงได้ค่ะ

 

 

ควรมีขนมติดตัวเอาไว้ตลอด

คุณแม่ที่แพ้ท้อง อย่าปล่อยให้ท้องว่างเด็ดขาดนะค่ะ  ให้มีขนมปัง หรือคุกกี้ต่างๆ ติดตัวเอาไว้มั่ง  เพื่อหิวขึ้นมาก็จะได้รีบรับประทานทันที  หากไม่ปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป  คุณจะคลื่นไส้อย่างแน่นอน

 

 

ทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี

อาหารประเภทตับ  ไข่ปลา  หรืออาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีเยอะนั้น จะช่วยให้คุณแม่มีอาการแพ้ท้องน้อยกว่าปกติค่ะ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยได้เหมือนกัน

 

 

ให้เดินไปมาบ้าง

คุณแม่ที่แพ้ท้องอย่าได้เอาแต่นอนอย่างเดียวนะค่ะ  ให้ลุกขึ้นเดินไปเดินมาเบาๆ มั่ง จะได้เป็นการผ่อนคลาย  ไม่จุกแน่นอยู่ที่เดิม และอาการแพ้ท้องก็จะลดลงด้วยค่ะ

 

 

กลิ่นหอม อโรมาจากธรรมชาติ

การใช้กลิ่นเปเปอร์มิ้นท์ในห้องในตอนกลางคืน  จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่ตื่นขึ้นมามีอาการแพ้ท้องลดลงค่ะ  ยังไงก็ลองหาซื้อกันดูนะค่ะ

 

*** วิธีแก้อาการแพ้ท้อง

Loading...
แบบคร่าวๆ ก็มีประมาณนี้ค่ะ  คุณแม่ท่านไหนที่กำลังประสบปัญหากันอยู่  ก็ลองปฏิบัติตามกันดูนะค่ะ  อาจจะช่วยบรรเทาอารการของคุณได้มากเลยหล่ะค่ะ


Advertisements




Loading...